IPB

Welcome Guest ( Log In | Register )

 
Reply to this topicStart new topic
> เครื่องกลึง, เครื่องมือช่าง
Thospol
post Jul 29 2008, 02:22 PM
Post #1


Site Owner
****

Group: Administrator

Posts: 2,610
Joined: 29-November 06
From: Bangkok, THAILAND
Member No.: 3



เครื่องกลึง

เครื่องมือที่ใช้ผลิตงานหัตถกรรมพื้นบ้านหลายชนิดของไทย เกิดจากภูมิปัญญาของชาวบ้าน เกี่ยวเนื่องกับความรู้ตามหลักวิทยาศาสตร์พื้นฐานอย่างง่าย ๆ เครื่องมือบางชนิดนำคุณสมบัติพิเศษของวัตถุดิบพื้นบ้านมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น ใช้แรงดีดตัวและคืนตัวของไม้ไผ่มาทำเป็นคันเบ็ด คันยอ คันกระสุน และคันเครื่องกลึงไม้พื้นบ้านได้อย่างแยบยล

แม้การทำให้วัตถุหมุนรอบตัวเอง ไม่ว่าจะหมุนไปทางเดียวกันอย่างเข็มนาฬิกา หรือหมุนกลับไปกลับมาเหมือนการใช้มือคลึงดินสอจะดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าพิจารณาให้ลึกซึ้งและถี่ถ้วนแล้ว จะเห็นว่ามนุษย์พยายามหาวิธีทำให้วัตถุหมุนในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง แล้วใช้การที่ทำให้วัตถุหมุนได้นั้นให้เกิดประโยชน์หลายสิ่งหลายอย่าง เช่น ใช้เป็นแป้นหมุนสำหรับปั้นภาชนะเครื่องปั้นดินเผา ใช้หมุนเครื่องบดเมล็ดพืช และนำมาใช้เป็นเครื่องกลึงต่าง ๆ จนถึงใช้สูบน้ำ ใช้ผลิตไฟฟ้าอย่างที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้

แป้นหมุน หรือแท่นหมุนที่คนไทยคิดขึ้นนั้น ทำอย่างง่าย ๆ คล้ายกับการหมุนของลูกข่าง โดยใช้ท่อนไม้ขนาดค่อนข้างใหญ่ถากให้มีรูปร่างคล้ายลูกข่าง แล้วฝังลงไปในดินที่ขุดเป็นเบ้าไว้เพื่อบังคับให้แป้นหมุนอยู่ในเบ้านั้น การหมุนแป้นอาจใช้มือหมุนหรือใช้เท้าถีบ แม้แป้นหมุนจะหมุนด้วยแรงคนก็ตาม แต่รูปทรงและน้ำหนักของแป้นช่วยให้เกิด “ความเฉื่อย” ทำให้ช่างปั้นหม้อสามารถปั้นติดต่อกันได้ แป้นหมุนหรือแท่นหมุนนี้ บางแห่งเรียกว่า มอน แป้นหมุนช่วยให้ช่างปั้นสามารถปั้นภาชนะต่าง ๆ ให้มีรูปทรงสวยงามกว่าการปั้นโดยการตีด้วยหินดุอย่างโบราณ คนไทยใช้แป้นหมุนแบบพื้นบ้านที่หมุนด้วยแรงคนมาช้านาน ก่อนจะมีมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาใช้ แต่กระนั้นก็ตาม ในบางท้องถิ่นก็ยังใช้แป้นหมุนที่หมุนด้วยแรงคนอยู่ เพราะใช้ได้สะดวกและประหยัด เช่นการปั้นหม้อน้ำที่บ้านทุ่งหลวง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย และการปั้นน้ำต้นหรือหม้อน้ำดินเผาที่บ้านเหมืองกุง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งใช้แป้นหมุนที่ต่างออกไปคือ เป็นแป้นหมุนขนาดเล็ก ๆ มีปลอกไม้ไผ่สวมเข้ากับแกนที่เป็นหลัก แล้วใช้มือหมุนแป้นไปตามต้องการ

แป้นหมุนเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยให้เกิดการพัฒนาหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาอย่างมาก ทั้งด้านรูปแบบและกรรมวิธีการผลิต นอกจากกรรมวิธีการผลิตที่พัฒนาจากการปั้นโดยใช้ไม้ตี และหินดุมาเป็นการปั้นด้วยแป้นหมุน เป็นการนำเทคโนโลยีและความรู้วิทยาศาสตร์พื้นฐาน เช่นความรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของดินและวัตถุดิบอื่น ได้แก่ การเผาเป็นการไล่น้ำและความชื้นออกจากเนื้อดิน การเคลือบเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของแร่ธาตุบางชนิดที่อยู่ในน้ำเคลือบ เมื่อเผาแล้วทำให้เครื่องเคลือบมีเนื้อแกร่งและมีสีต่าง ๆ กันเหล่านี้ เป็นภูมิความรู้ที่คนไทยได้มาจากประสบการณ์ และการทดลองสืบต่อกันมาเป็นเวลานาน เพื่อให้ได้ผลผลิตที่สนองประโยชน์ใช้สอยได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

สิ่งประดิษฐ์ที่เกิดจากเปลี่ยนพลังงานจากการหมุน โดยใช้หลักฟิสิกส์และกลศาสตร์เบื้องต้น เปลี่ยนพลังงานศักย์และพลังงานจลน์มีหลายอย่าง เช่น เครื่องสีข้าว เครื่องหีบอ้อย เครื่องกลึง สิ่งเหล่านี้เกิดจากภูมิปัญญาของคนไทยในอดีตทั้งสิ้น

การที่มนุษย์พยายามศึกษาหาวิธีที่จะทำให้วัตถุหมุนได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์นั้นอาจมีมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เช่น การใช้แวปั่นด้าย (spindle whorls) ซึ่งทำด้วยดินเผาและไม้ไผ่ เพื่อใช้ปั่นปุยฝ้ายให้เป็นเส้น โดยใช้มือปั่นแวให้หมุนรอบตัวเอง มนุษย์พยายามหาประโยชน์จากการทำให้วัตถุหมุนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน

ช่วงก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 13 ชาวยุโรปได้ประดิษฐ์เครื่องเจาะหรือสว่านที่ใช้คันชักและสายธนู ชักให้สว่านหมุนกลับไปกลับมาเช่นเดียวกับบิดหล่า และสว่านโยนของไทย ต่อมาราว ค.ศ. 1797 เอส. แมนดาเล ได้ประดิษฐ์เครื่องกลึงทำด้วยโลหะเป็นเครื่องแรก และเป็นผู้วางรากฐานการใช้เครื่องกลึงให้มีการพัฒนาเรื่อยมา จนมีผู้ประดิษฐ์เครื่องกลึงที่หมุนด้วยเครื่องจักรกล และพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในอุตสาหกรรมและหัตถอุตสาหกรรมในปัจจุบัน

กลึง คือการทำให้วัตถุหมุนไปทางเดียวกันหรือหมุนกลับไปกลับมาอยู่กับที่ แล้วใช้สิ่วหรือเหล็กแหลมขูดให้วัตถุนั้น เช่น เหล็ก ไม้ เป็นรูปทรงตามต้องการ เครื่องกลึงโบราณเรียก ภมร

การหมุนวัตถุที่นำมากลึงในยุคแรก ๆ อาจใช้แรงคนหรือสัตว์ การกลึงโดยใช้แรงคนนี้ อาจทำกันมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ มนุษย์นำการหมุนมาใช้ให้เกิดประโยชน์หลายอย่างไม่เฉพาะแต่การกลึงเท่านั้น เพราะการทำให้วัตถุหมุนอยู่กับที่อย่างต่อเนื่อง หรือหมุนกลับไปกลับมานั้นก่อให้เกิดประโยชน์มหาศาล
Go to the top of the page
 
Thospol
post Jul 29 2008, 02:24 PM
Post #2


Site Owner
****

Group: Administrator

Posts: 2,610
Joined: 29-November 06
From: Bangkok, THAILAND
Member No.: 3



การกลึงยุคแรกคงใช้การหมุนวัตถุกลับไปกลับมา แต่ต้องหมุนให้ครบ 1 รอบ เพื่อให้สามารถกลังวัตถุทรงกลมได้รอบตัว วิธีทำให้วัตถุหมุนอาจทำอย่างง่าย ๆ โดยใช้เชือกพันรอบวัตถุที่ต้องการกลึงหรือท่อนไม้กลม ๆ ชักเชือกให้วัตถุหมุนกลับไปกลับมา เช่น การกลึงโลหะของช่างหล่อโลหะ บ้านปะอาว ตำบลหนองขอน อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ชาวบ้านใช้กลึงเต้าปูน กระดิ่ง และหัตถกรรมทองเหลืองอื่น ๆ ที่หล่อแล้วให้เรียบด้วยแท่นกลึงที่ทำขึ้นเองอย่างง่าย ๆ โดยใช้ท่อนไม้กลมขนาดเท่าข้อมือถากปลายให้เรียวเล็กพอที่จะสวมกับปากเต้าปูน หรือกระดิ่งได้แน่น สอดโคนท่อนไม้เข้าไปในรูของแผ่นไม้ประกับ 2 แผ่นที่เจาะเป็นรูไว้ แผ่นไม้นี้ฝังดินหรือยึดให้แน่น โคนท่อนไม้ระหว่างแผ่นไม้ประกับใช้เชือกพันประมาณ 2 รอบให้ปลายเชือกอยู่ทางเดียวกันทั้งสองปลายเพื่อเป็นที่จับ เมื่อต้องการจะกลึงก็ใช้มือจับปลายเชือกทั้งสอง ชักสลับกันไปมา เชือกจะดึงท่อนไม้ให้หมุนสลับกันกลับไปกลับมา การกลึงวิธีนี้ต้องใช้ช่างกลึง 2 คน คนหนึ่งเป็นคนชักเชือกให้ท่อนไม้หมุน อีกคนหนึ่งเป็นคนกลึง โดยใช้เหล็กแหลมคล้ายสิ่วที่ทำจากเหล็กกล้าครูดให้ผิวโลหะที่ต้องการกลึงเรียบ การกลึงโลหะด้วยวิธีง่าย ๆ แบบพื้นบ้านนี้ แสดงให้เห็นแนวคิดของมนุษย์ที่พยายามใช้ประโยชน์จากการทำให้วัตถุหมุน ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนพลังงานมนุษย์อย่างง่าย ๆ จากพลังงานศักย์ ซึ่งเคลื่อนที่แนวหนึ่งให้วัตถุเปลี่ยนทิศทางการหมุนตามหลักฟิสิกส์เบื้องต้น ก่อนจะพัฒนามาเป็นเครื่องกลึงที่ใช้พลังงานจากเครื่องจักรกล และพลังงานไฟฟ้า

เครื่องกลึงพื้นบ้านของไทยอีกชนิดที่พัฒนาขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง จากการใช้พลังงานคนโดยตรงมาใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติช่วยทุ่นแรง เครื่องกลึงโบราณชนิดนี้ใช้ลำไม้ไผ่ปลายเรียวอย่างคันเบ็ด แต่มีขนาดใหญ่กว่า อาจเท่าข้อมือหรือเท่าแขนยาวประมาณ 3-4 เมตร เป็นเครื่องทุ่นแรง โดยยึดโคนไม้ไผ่ไว้กับเสาไม้หรือฝังดินให้ลำไม้ไผ่ทำมุมทแยงกับพื้นดินเป็นมุมน 35-45 องศา ปลายลำไม้ไผ่มีเชือกซึ่งผูกโยงไปยังแท่นกลึงที่ทำด้วยไม้ แท่นกลึงนี้อาจทำง่าย ๆ อย่างเครื่องกลึงพื้นบ้านแบบแรกก็ได้ คือสอดไม้ที่ต้องการจะกลึงเข้าไปในรูของไม้ประกับ ซึ่งยึดอยู่กับฐานที่สูงจากพื้นระดับเอว เพื่อให้ช่างกลึงทำงานได้สะดวก พันเชือกที่โยงมาจากปลายลำไม้ไผ่เข้ากับท่อนไม้ที่จะกลึงสัก 1 รอบหรือ 2 รอบ ปล่อยปลายเชือกที่เหลือให้ห้อยลงไปผูกกับปลายไม้ ซึ่งใช้เป็นคันเหยียบปลายไม้ คันเหยียบที่ผูกเชือกต้องผูกให้สูงจากพื้นดินพอที่จะใช้เท้าเหยียบได้สะดวก เมื่อช่างกลึงเหยียบไม้คันเหยียบลง เชือกจะดึงท่อนไม้ที่ต้องการกลึงให้หมุนลงรอบตัวเองตามแรงดึงของเชือก เมื่อช่างกลึงผ่อนเท้าจากไม้คันเหยียบ ลำไม้ไผ่ก็จะดีดตัวกลับ ดึงเชือกขึ้นไปทำให้ท่อนไม้ที่นำมากลึงหมุนกลับตามแรงดึงของปลายไม้ไผ่ เมื่อช่างกลึงเหยียบไม้คันเหยียบสลับกันอย่างต่อเนื่อง ท่อนไม้จะหมุนกลับไปกลับมาสลับกันเช่นนั้นไปเรื่อย ๆ ช่างกลึงก็จะใช้สิ่วครูดให้ท่อนไม้เป็นรูปร่างต่าง ๆ ได้ตามต้องการ

เครื่องกลึงพื้นบ้านชนิดนี้ มีต้นเค้าของความคิดมาจากการเปลี่ยนพลังงานศักย์ของมนุษย์แนวหนึ่ง ให้เปลี่ยนทิศการเคลื่อนตัวของวัตถุให้หมุนอยู่กับที่เช่นเดียวกัน แต่เครื่องกลึงพื้นบ้านชนิดนี้ ใช้ลำไม้ไผ่ที่มีแรงดีดกลับหรือคืนตัวมาช่วยเป็นเครื่องทุ่นแรง ผนวกกับแรงดึงดูดของโลก ทำให้ช่างกลึงใช้พลังงานเหยียบไม้คันเหยียบน้อยลง จะเห็นว่าชาวบ้านได้เรียนรู้คุณสมบัติของไม้ไผ่อย่างลึกซึ้ง ว่าเป็นไม้ที่มีคุณสมบัติพิเศษต่างไปจากไม้ชนิดอื่นหลายประการ เฉพาะแรงคืนตัวของไม้ไผ่ที่ไม่ใคร่มีในไม้ชนิดอื่น คุณสมบัตินี้ของไม้ไผ่มีอยู่ทั้งที่ยังเป็นลำไม้ไผ่ เป็นแขนง และเป็นเรียวไผ่ ชาวบ้านจึงนำมาทำเป็นคันเบ็ด คันแร้ว คันยอ ฯลฯ และแม้นำมาผ่าเป็นซีกเหลาให้กลมอย่างคันกระสุน คันธนู ก็ยังมีแรงคืนตัวอยู่เช่นเดิม หรือจะนำไม้ไผ่มาจักเป็นตอก แล้วสานเป็นภาชนะเครื่องจักสานต่าง ๆ ก็ยังเป็นเครื่องจักสานที่คืนรูปเดิมได้ ไม่บุบบู้บี้เหมือนภาชนะที่ทำด้วยสังกะสี ทองเหลือง และโลหะอื่น ๆ ที่จะบุบเบี้ยวเมื่อได้รับแรงกระแทกไม่สามารถคืนรูปทรงเดิมได้เอง ชาวบ้านรู้คุณสมบัติดังกล่าวของไม้ไผ่อย่างดี จึงนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม นับเป็นความชาญฉลาดของชาวบ้านในอดีตที่สั่งสมสืบทอดกันมาแต่โบราณ

เครื่องกลึงพื้นบ้านชนิดนี้มีข้อจำกัดคือ จะกลึงท่อนไม้กลม ๆ ที่สอดเข้าไปในรูไม้ประกับได้เท่านั้น หากเป็นท่อนไม้สี่เหลี่ยมจะกลึงไม่ได้ เพราะไม้สามารถใช้เชือกพันและสอดเข้าไปในรูไม้ประกับได้ แต่ชาวบ้านแก้ปัญหานี้ด้วยการทำแท่นกลึงด้วยไม้ประกับหัวท้ายที่เลื่อนเข้า และออกได้ตามความยาวของท่อนไม้ที่จะกลึง และที่ไม้ประกับจะฝังเหล็กแหลมอย่างตะปูไว้ เพื่อเป็นตัวยึดปลายไม้ที่ต้องการจะกลึงทั้งสองข้าง แท่นกลึงชนิดนี้จะกลึงได้ทั้งไม้ที่เป็นท่อนกลมและเหลี่ยม ซึ่งเป็นการพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาแบบชาวบ้านได้ระดับหนึ่ง เครื่องกลึงพื้นบ้านชนิดนี้ เป็นเครื่องกลึงที่ชาวบ้านในชนบทยังใช้กันอยู่เมื่อ 30-40 ปีที่ผ่านมา เป็นเครื่องกลึงที่ชาวบ้านใช้กลึงไม้ให้เป็นรูปร่างต่าง ๆ ที่ไม่ต้องการความละเอียดประณีตมากนัก เช่น กลึงไม้ ลูกกรง กลึงลูกช่าง ตัวหมากรุก ด้ามมีด ปี่ กลอง ตลับไม้
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
1 User(s) are reading this topic (1 Guests and 0 Anonymous Users)
0 Members:

 



Lo-Fi Version Time is now: Dec 22 2014 - 06:57 PM
All content, unless otherwise stated, Copyright © 2006-2009 LanternPlanet.com All rights reserved. Powered By IP.Board 2.2.1 © 2009 IPS, Inc.